จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

หลักสูตรเข็มทิศจิตใต้สำนึก เต็มรูปแบบ 7วัน






วันเปิดหลักสูตร เข็มทิศจิตใต้สำนึก

จากการอบรมที่ผ่านมาหลายคนได้พบความมหัศจรรย์ของจิตใต้สำนึก ที่ทำให้กลับไปคลี่คลายสิ่งที่ฝังอยู่ภายในใจทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว กลับไปเห็นสิ่งที่ผ่านมาอย่างแจ่มชัด ในมุมมองใหม่ด้วยประสบการณ์ใหม่ ที่ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากสิ่งที่เคยฝังรากลึกลงไป เข้าไปเห็นตัวเองที่เป็นเราที่ดีที่สุดในระดับความรู้สึกตัวทั้งหมด เปิดความเป็นไปได้ทั้งหมดในชีวิตอย่างแท้จริง ภายในเวลาเพียงข้ามคืน

จากคนที่เคยวิตกกังวลว่า”
ฉันจะหาเงินมาจ่ายบิลจากที่ไหน
ฉันชอบอะไร
ฉันทำอะไรไม่เก่ง
ทำไมฉันไม่รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงเหมือนคนอื่น
คนอื่นทำได้ฉันคงทำไม่ได้หรอก
เรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นกับฉันหรอก
ฉันไม่กล้า
ทำไปก็ไม่สำเร็จ
คุณอ้อยคงทำได้ คนเดียว
มีคนแค่ไม่กี่คนหรอกที่ทำได้ ไม่ใช่ฉัน
ความรักที่แท้จริงไม่มีหรอก
ทำไมคนๆนั้นเขาเป็นที่รักเป็นแสงสว่างเป็นความหมายทั้งหมดของคนรักของเขาเราคงไม่เจอคนดีๆแบบนั้นหรอก
คนดีๆมีจริงหรือ
ชีวิตฉันมีความหมายอะไรกับใครบ้างนี่

คำพูดด้านลบที่เคยเพ่นพ่าน มามีอิทธิพลในชีวิต ทำให้ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แล้วไปทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ถูกจับตัวไว้ จำกัดพื้นที่ กลายเป็นเสียงตัวตลก ที่น่าขัน ทำให้สลายอ่อนแรงหมดความหมายลงไป

แล้วแทนที่ด้วยการเห็นที่มหัศจรรย์ที่ไม่ต้องมีคำพูดของใครมาบอก แต่เกิดในภาวะพิเศษ ที่นักวิทยาศาสตร์ทางจิตใต้สำนึกเรียกว่าเป็นภาวะที่คลื่นสมองผ่อนคลายลง ในระดับอัลฟา และธีตา ที่การเรียนรู้การเห็นการค้นพบความจริงบางอย่าง จะ IMPRINT ฝังรอยลึกภาวะการเป็นเราที่ดีที่สุดที่อยู่ในเราเสมอมา ลงในจิตใต้สำนึก ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

หลายครั้งที่การโปรแกรมจากครอบครัว โรงเรียน สังคม อาจทำให้คนบางคนหลงลืมว่าตัวเองเคยมีความสุข เคยทำบางอย่างได้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยม เคยเป็นที่รักของใครบางคนอย่างไม่มีเงื่อนไข เคยสนุกอย่างร่าเริงในตอนเด็กๆ เคยสนใจเล่น เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจนลืมเวลา เคยวิ่งไปในชีวิตด้วยหัวใจของเด็กๆที่ไม่มีความกลัวอะไร มีแต่ความกล้าหาญ อยากสัมผัส เรียนรู้โลก มีความสุข เวลามีใครมาจ๊ะเอ๋เราก็หัวเราะได้เป็นชั่วโมงๆ หัวเราะเริงร่ากับเรื่องที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แบบการเล่นขำๆ เวลาผ่านไป เติบโตขึ้นมีของมากขึ้น แต่มีความสุขยากขึ้น เสียงหัวเราะน้อยลง

ระหว่างการเปิดจิตใต้สำนึกตัวเองหลายคนลืมไปแล้วว่าเคยมีความสุขครั้งสุดท้ายเมื่อไร เคยยิ้มเคยหัวเราะอย่างไร เคยเคลื่อนไหว ทำพูดคิดอย่างไร ตอนที่ตัวเองเป็นที่รักที่สุด ทำบางอย่างสำเร็จ อย่างงดงาม

หลายคนคิดเรื่องดีๆ ความรู้สึก พลังดีๆในชีวิตไม่ออก เห็นแต่ภาพที่ตัวเองหมดพลัง เจอคนร้ายๆเจอเรื่องร้ายๆ จนในที่สุดก็ลืม ว่าตัวเองสามารถเป็นเราที่ดีที่สุดได้อย่างไร

การฝึกเพียงชั่วข้ามคืนที่ทำให้เริ่มต้นได้พบศักยภาพสูงสุดที่อยู่ในตัวเองเสมอมา ทำให้เกิดความต้องการเรียนรู้วิธีดูแลรักษาจิตใต้สำนึกของตัวเองให้จบหลักสูตร มีความชำนาญพอที่จะดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและช่วยคนอื่นได้มากขึ้น จึงได้มีการขอให้ครูอ้อยเปิดหลักสูตรฉบับเต็ม เป็นระยะเวลา 7 วันขึ้นทันที


โดยหลักสูตรจิตใต้สำนึกฉบับเต็ม 7 วัน จะเป็นหลักสูตรสมบูรณ์ที่ผสานความเข้าใจ และการบริหารจัดการชีวิตอย่างลึกซึ้ง อย่างมีเข็มทิศ ให้เราได้ตรวจสอบอย่างลึกซึ้ง ว่าเรากำลังพาตัวเองไปที่ไหน เป็นที่ที่ชีวิตเราต้องการอย่างแท้จริงหรือเปล่า ตลอดเส้นทางมีความหมายกับชีวิตเราอย่างไร ความท้าทายที่เกิดขึ้นในระหว่างเดินจะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นสิ่งสร้างสรรค์ในชีวิตได้อย่างไร ผสานกับเทคโนโลยีทางจิตใต้สำนึกระดับโลก อย่าง NLP Neuro-linguistic Programming ที่ถูกนำมาใช้ สอดแทรกในงานเขียน งานฝึกอบรม งานที่ปรึกษา ของไลฟ์โค้ชทั่วโลก


หลักสูตรนี้มีชื่อตามไลเซนส์ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกอย่างเป็นทางการว่า Licensed Practitioner of Neuro-Linguistic Programming (TM)
จะจัดที่กรุงเทพ ผู้เข้าอบรมทุกคนเมื่อศึกษาจนจบหลักสูตร7วันจะได้รับใบประกาศณียบัตร ที่ลงนามด้วยมือของ ดร.แบนด์เลอร์ผู้คิดค้นศาสตร์ เอ็นแอลพี โดยมีอาจารย์ผู้สอน จากต่างประเทศที่ได้รับการฝึกโดยตรงจาก ดร.แบนด์เลอร์ เช่นเดียวกับครูอ้อย เดินทางมาช่วยสอนร่วมกับครูอ้อย โดยมีล่ามแปลเป็นไทยตลอดรายการ เพื่อดูแลผู้เข้าอบรมหลักสูตร 7 วัน อย่างทั่วถึง ในค่าเรียนที่ประหยัดแบบไทยๆ แต่ได้คุณภาพสูงสุดจบออกมาอย่างเป็นมืออาชีพ ที่พร้อมทั้งเทคนิคของNLP และมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งของเข็มทิศชีวิตในการดูแลตนเอง ผู้อื่น ทั้งการนำไปใช้ในโลกธุรกิจและ ครอบครัว

1 หลักสูตรนักจิตใต้สำนึกมืออาชีพNLP 7วัน

Licensed Practitioner of Neuro-Linguistic Programming (TM)

วันที่2- 8พฤษภาคม 2554 รวม 7วันตรงกับวันหยุด4วัน

เวลา 10.00-18.00

จัดที่สถาบันตรัยยา รพ. ปิยะเวท ถนนพระราม 9

เป็นหลักสูตรภาคสมบูรณ์ ของนักจิตใต้สำนึก ที่ต้องการจัดการกับสิ่งที่อยู่ในตัวเอง เรียนรู้วิธีและสามารถทำงานดูแลผู้มาปรึกษาได้

ค่าอบรม รวมไลเซนส์จาก ดร.แบนด์เลอร์ผู้คิดค้น NLPที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก49,000บาท



รายละเอียดหลักสูตร 7วัน

1เปลี่ยนอดีต ด้วยการเปลี่ยนการมองเห็นในระดับจิตใต้สำนึก
เป็นไปได้สำหรับทุกคนที่จะมีชีวิตวัยเด็กที่มีความสุขสมบูรณ์

2ปลดกรอบความฝังใจที่ทำให้ชีวิตเราเจอเหตุการณ์เดิมซำ้ๆ

3สำรวจ ดูแลสิ่งที่อยู่ใต้ภูเขานำ้แข็ง

4การตีความสิ่งที่เกิดขึ้น กำหนดการตอบสนองของเรา สร้างกรอบการแปล
สิ่งที่เกิดขึ้น ให้เป็นประโยชน์ต่อโลกต่อตนเองอย่างมหัศจรรย์

5 เปิดศักยภาพสูงสุดในตนเอง อย่างที่เราคิดไม่ถึง

6คลี่คลายสิ่งที่กีดขวางการบรรลุเป้าหมาย อยู่ในจิตใต้สำนึกของเราเอง

7ล้าง ถ่ายเท สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์สูงสุดในตนเอง

8ฝึกพาตนเองและผู้อื่นไปสู่ภาวะที่ร่างกายและจิตใจมีพลังสูงสุด

9กำหนดเป้าประสงค์ที่ดีและชีวิตเราต้องการอย่างแท้จริง

10 ภาคปฎิบัติการ ขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีวัตถุประสงค์และบรรลุวัตถุประสงค์

11ขั้นตอน สู่ความสุข มีพลังยิ่งใหญ่ มีความเข้าใจ ในทุกเหตุการณ์

12เทคนิคขั้นตอน NLP สำหรับการดูแลผู้อื่นและตนเองอย่างยั่งยืนตามมาตราฐานโลก





2 หลักสูตรเข็มทิศจิตใต้สำนึก 2วัน
ครั้งที่1 เมื่อ 19-20มีนาคม 2554 ค่าอบรม8,800บาท
ครั้งที่2 จะจัดในเดือนพฤษภาคม 2554 (ไม่ต้องมีพื้นฐานครั้งที่1)ค่าอบรม 8,800 บาท
รายละเอียดหลักสูตร 2 วัน
ในหลักสูตรพื้นฐาน 2วัน จะประกอบไปด้วย 4ส่วนหลักคือ

  1. ค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง คลายปม เปิดแผล ใส่ยา

  2. สร้างเป้าประสงค์ในชีวิตจากสิ่งที่เรามีให้ชัด สิ่งที่เราอยากได้ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงหรือไม่

  3. กลยุทธ์แห่งชีวิต ภาคปฏิบัติการสู่วัตถุประสงค์ของชีวิต

  4. ขั้นตอน หนึ่ง สอง สาม สู่ความสุขความเข้าใจได้ในทุกสถาณการณ์ สำหรับตนเองและคนใกล้ตัว


ติดต่อ คุณรินรดา โทร. 086 – 892 – 0440
, 087 1300 438












วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ข่าวกรุงเทพธุรกิจ ฐิตินาถ เข็มทิศจิตใต้สำนึก

http://bit.ly/hG7h6p

โค้ชจิตใต้สำนึก เข็มทิศชีวิตใหม่..ฐิตินาถ ณ พัทลุง


ทำไมคนบางแบบถึงเข้ามาในชีวิตเรา ทำไมปัญหบางอย่างถึงเข้ามาสร้างความวุ่นวายซ้ำๆ ในชีวิต..คำตอบที่แท้จริงอาจมีต้นตอลึกๆอยู่ที่ปมในใจของเราเอง
185 ราชดำริ คอนโดความหรูหรากลางกรุงเทพ วิถีชีวิตบน ถ.ราชดำริ การลงทุนที่คุ้มค่าของคุณwww.RaimonLand.com
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันหนี่งในคลินิกทำฟันที่ใหญ่ที่สุด ได้ ISO รับแพกเกจส่วนลดวันนี้www.bangkokdentalhospital.com
    ในยุคที่ผู้คนพากันโหยหา "ฮาวทูความสุข" สารพัดรูปแบบ  การมีที่พึ่งทางใจอย่าง "Life Coach" หรือโค้ชชีวิตเก่งๆ สักคน กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใครหลายคนพร้อมจะจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อแลกกับการเยียวยาหัวใจ สะสางปมปัญหาร้ายๆ ให้พ้นไปจากชีวิต
 ตั้งแต่สวมบทบาทใหม่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใต้สำนึกให้แก่องค์กรต่างๆและที่สถาบันตรัยยา โรงพยาบาลปิยะเวท เมื่อปีที่แล้ว ฐิตินาถ ณ พัทลุง ทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วย" ให้แก่คนไข้สารพัดปัญหาชีวิตที่เข้าคิวมาปรึกษา ตั้งแต่นักธุรกิจพันล้าน วัยรุ่นติดยา คนทำงานที่แก้ปัญหาชีวิตไม่ตก ไปจนถึงผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่สิ้นหวังกับชีวิต 
  ฐิตินาถ ตั้งคำถามชวนคิดว่าเคยสงสัยไหมทำไมคนบางแบบถึงเข้ามาในชีวิตเรา ทำไมปัญหาบางอย่างถึงเข้ามาสร้างความวุ่นวายซ้ำๆ ในชีวิต 
  คำตอบที่แท้จริงอาจมีต้นตอลึกๆ อยู่ที่ปมในใจของเราเอง โดยที่ปัญหาต่างๆ เข้ามาเพื่อตอกย้ำให้เราได้จัดการสะสางจนกว่าเราจะหลุดจากปมที่ฝังลึกในใจ  
   บางคนอาจเลือกกลบเกลื่อนความทุกข์ไว้ในส่วนลึกเพื่อหนีจากสิ่งที่ควรทำจริงๆ ในชีวิต เช่น ไปชอปปิง เล่นเฟซบุ๊ค ใช้ชีวิตทำอะไรก็ได้ให้ลืมๆ กินทั้งที่ไม่หิวจนอ้วนมาก ทำงานเพื่อลืมความทุกข์จนเสียสุขภาพ มีแฟนเยอะแต่เหงามาก ฯลฯ  
  แม้กระทั่งไปอาสาทำเรื่องของคนอื่นหรือส่วนรวมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่สะสางเรื่องค้างคาของตนเอง หรือจิตใต้สำนึกสั่งให้เก็บความเจ็บป่วยหรือความทุกข์เรื้อรังไว้ เพื่อใช้เป็นที่ซ่อนตัวเพื่อจะได้ไม่ต้องส่งมอบผลงานในชีวิต และรับผิดชอบต่อครอบครัวและตนเอง
  หน้าที่ของโค้ชจิตใต้สำนึก คือ การทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยพาผู้คนสำรวจสิ่งที่แต่ละคนเก็บฝังไว้ในจิตใต้สำนึกซึ่งเราอาจจำไม่ได้หรือไม่รู้เลยว่ามันมีผลต่อวิธีคิดและการตัดสินใจของเรามาถึงปัจจุบัน
  “ ไลฟ์โค้ชทำหน้าที่เป็นเหมือนไกด์ ที่ช่วยให้เขาผ่อนคลายไปสู่คลื่นสมองที่ช้าลงจนถึงระดับธีต้า เมื่อเราได้ย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์นั้นๆ อีกครั้งที่ซ่อนลึก ได้ถอยออกมามองปมปัญหาในแบบผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความเข้าใจ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนในชีวิต”
  ฐิตินาถ ยกตัวอย่างว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งป่วยทางกายกระดูกหักทั้งตัว แต่แท้จริงแล้วจิตใจข้างในของเขาต่างหากที่แตกสลายไปหมดแล้ว หรือเด็กวัยรุ่นบางคนที่เคยติดยาบำบัดมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แต่ทันทีที่เขาเข้าไปจัดการใจของเขาได้ จากที่เคยตื่นมาแล้วรู้สึกชีวิตว่างเปล่า และต้องพึ่งการใช้ยา ในวันที่ใจเต็มเขาก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งยาอีกต่อไป
  “ เขาบอกว่าพอคิดจะเล่นยา มันไม่อร่อยแล้ว เพราะไม่ต้องใช้ยาก็เข้าไปถึงจุดที่ไฮได้ นั่นคือเขาสามารถเข้าไปจัดการกับใจตัวเองได้แล้ว”

 อีกเคสที่ฐิตินาถมักจะนำมาเล่าถึง คือ ผู้หญิงอายุกว่า 50 ปีคนหนึ่งที่สงสัยเหลือเกินว่าทำไมเธอจึงได้รับผลตอบแทนน้อย ทั้งๆ ที่เป็นคนมีความสามารถ แต่คนมักปฏิบัติกับเธอแบบเป็นภาระ มากกว่าเป็นคนที่มีค่า 
  ขณะที่เข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย คลื่นสมองช้าลงจนถึงระดับธีต้า เธอจำความรู้สึกขณะที่เป็นเด็กทารกได้ เธอรู้สึกว่าขณะนั้นแม่ไม่ต้องการให้เธออยู่ในท้อง เธอได้เห็นเหตุผลเลยว่าทำไมตลอดทั้งชีวิตความรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการถึงอยู่กับเธอเสมอ จนทำให้เธอมีแฟนตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุ 17 เพื่อจะได้มีใครสักคน ทั้งที่เธอเป็นคนสวย ใจดี แต่คนอื่นๆ มักจะปฏิบัติกับเธอไม่ดีเสมอ
  ความจริงคือ ตอนที่แม่ตั้งครรภ์ พ่อไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น แต่ติดเชื้อซิฟิลิสมา ทำให้แม่เป็นห่วงมากกลัวว่าเธอจะพิการโดยที่ไม่รู้เลยว่า ความรู้สึกไม่อยากให้เธอมาอยู่ในท้องได้ไปบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกส่วนที่ลึกที่สุดของเธอเรียบร้อยแล้ว
  ยังมีเคสของนักธุรกิจอีกคนหนึ่งอายุ 50 กว่าแล้ว ทุกครั้งที่สร้างความสำเร็จมาถึงจุดหนึ่งทีไรเขาจะทำพังลงทุกที จนมาค้นพบปมที่ฝังลึกในวัยเด็กที่ภาวะสมองช็อกเพราะตกใจกับคำพูดของพ่อที่พูดใส่หน้าว่า “คนอย่างแกไม่คู่ควรกับการได้อะไรดีๆ หรอก” 
 ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการสนใจศึกษาวิชาการจัดการจิตใต้สำนึกอย่างจริงจัง ฐิตินาถเล่าว่าเริ่มต้นจากการไปบรรยายเล่าถึงวิธีการที่เธอจัดการกับปัญหาหนี้ชีวิตร้อยล้าน แต่ทำไมหลายคนถึงทำไม่ได้ นั่นเพราะเขายังคิดด้วยระบบความคิดเดิมที่ทำให้เป็นหนี้
  “ไอน์สไตน์บอกว่าคุณไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยความคิดระดับเดียวกับที่สร้างปัญหาให้คุณได้ แต่คุณต้องไปอีกจุดหนึ่ง ตอนที่แก้ปัญหาหนี้ได้ อ้อยจำได้ว่าแค่เห็นหนี้กับใจเป็นคนละส่วน แล้วจัดการหนี้เหมือนไม่มีอะไร ฉันก็มีความสุขได้ มันเป็นวิธีที่สมองทำงานอีกแบบคือการแยกตัวจากปัญหา แต่คนทั่วไปที่ไม่ได้ปฏิบัติสมาธิจะช่วยยังไงให้เขาถอนตัวออกมาให้มองเห็นปัญหาแล้วจัดการ ซึ่งการใช้จิตใต้สำนึกเป็นวิธีหนึ่งซึ่งฝรั่งใช้มา 40 ปีแล้ว แม้แต่ดาราซูเปอร์สตาร์คนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายคนล้วนมีโค้ชที่เป็นนักจิตใต้สำนึก” ฐิตินาถ เล่า
  หลายปีที่ผ่านมา ฐิตินาถใช้เงินนับล้านเพื่อร่ำเรียนศาสตร์ด้านการใช้จิตสำนึกอย่างเงียบๆ ในต่างประเทศ และบางครั้งถึงขนาดส่งตั๋วเชิญอาจารย์บินมาสอนตัวต่อตัวที่เมืองไทย
   “ ถ้าทำอะไรแล้วก็อยากทำให้ดีที่สุดในเมืองไทย อ้อยเลือกเรียนกับคนที่เก่งที่สุดของโลก และเป็นเจ้าตำรับเบอร์หนึ่งของโลก คือ ดร.ริชาร์ด แบนด์เลอร์ ซึ่งเป็นคนค้นพบศาสตร์ที่เรียกว่า NLP (Neuro-linguistic Programming) มา 40 ปี และไปเรียนกับหลายคนที่เก่งๆ ของโลกทั้งสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา และเริ่มมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใต้สำนึกที่โรงพยาบาลปิยะเวทเมื่อปีที่แล้ว “
 ชั่วโมงละ 15,000 บาท คือ ค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาต่อหนึ่งครั้งโดยปัจจุบันเธอมีคิวจองยาวล่วงหน้าไปแล้วถึง 2 ปี ล่าสุด ฐิตินาถเพิ่งจัดงานเปิดตัวหลักสูตรเข็มทิศจิตใต้สำนึกที่เธอตั้งบริษัทเข็มทิศเอ็นแอลพี www.compassNLP.com เพื่อผลิตบุคคลากรโค้ชจิตใต้สำนึกในเมืองไทย รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจอยากเป็นโค้ชเพื่อรักษาตัวเอง โดยหลักสูตรพื้นฐานครั้งแรกเปิดอบรมในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 19-20 มีนาคม นี้ ที่โรงแรมสนามกอล์ฟฮิลล์ไซด์คันทรีโฮม ราคา 8,800 บาท เมื่อเรียนครบหลักสูตรทั้ง 4 ครั้งจะได้รับประกาศนียบัตรที่ได้รับการรับรองโดยตรงจากสถาบัน NLP อเมริกา  
   “คนที่มาสมัครมาเรียนกับเรามีทั้งหมอ นักแนะแนว ที่ปรึกษา นักการตลาด พ่อแม่ ครู คนธรรมดาที่อยากประสบความสำเร็จแบบมีความสุข ครึ่งหนึ่งเป็นคนธรรมดาทั่วไปและอีกครึ่งหนึ่งเป็นคนในวิชาชีพที่สนใจ 
  การเป็นโค้ชต้องอาศัยการฝึกฝนและไม่ง่าย เหมือนคนเรียนจบการตลาดเป็นล้านคน แต่คนที่เป็นนักการตลาดเก่งๆ จริงอาจมีไม่กี่คน คนที่มาเรียนด้านนี้ควรต้องมีจิตใจที่อยากช่วยคนอื่น อยากเห็นคนอื่นมีความสุข เชื่อระบบที่วัดผลเป็นรูปธรรมได้ ส่วนใครที่คิดว่าเป็นอาชีพที่มีผลตอบแทนดีแต่ไม่มีความจริงใจ อะไรก็ตามถ้าคิดจะฉวยโอกาสก่อนคุณไม่มีทางประสบความสำเร็จ และถ้าคิดจะมาเอาก่อนก็ติดลบตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว 
  ถ้าคนจะมาสอนคนอื่น คุณต้องผ่านชีวิตได้ก่อนและคุณต้องมีแล้วก่อน อ้อยเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าถ้าคุณยังไม่มี คุณอย่าไปสอนคนอื่นเลย" เจ้าของหลักสูตรเข็มทิศจิตบำบัดเชื่อเช่นนั้น 
                                               --------------------------